วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
GAT PAT ชัดเจนแล้ว! ประกาศจาก ศทส.
- ตั้งแต่การสอบ GAT PAT รอบมีนาคม 2553 เป็นต้นไปคนที่สมัครสอบได้จะต้องเรียนอยู่ในชั้น ม.6 ขึ้นไปเท่านั้น ดังนั้น หากนับจริงๆ เด็กม.6 ก็จะเหลือสอบได้ครั้งเดียวคือ มีนาคม 53 และยื่นคะแนนดิบเพื่อเลือกคณะแอดมิชชั่นกลางในเดือนเมษายน 53 นั้นเอง
- ส่วนเด็ก ม.5 ก็จะเหลือสอบเพียง 3 ครั้ง ในรอบกรกฎาคม 53 ตุลาคม 53 และมีนาคม 54 และจะยื่นคะแนนมาตรฐานเพื่อเลือกคณะแอดมิชชั่นกลางเดือนเมษายน 2554 และเด็ก ม.4 ก็จะได้สอบ 3 ครั้ง คือ กรกฎาคม 54 ตุลาคม 54 และมีนาคม 55 และจะยื่นคะแนนมาตรฐานเลือกคณะแอดมิชชั่นกลางเดือนเมษายน 2555
- ส่วนเด็กซิ่ว สามารถสมัครสอบ GAT PAT ได้ทุกรอบตามความสะดวกครับ.. โดยคะแนนสอบจะสามารถเก็บไว้ใช้ได้ 2 ปีเท่านั้น และดูวันหมดอายุของคะแนนได้ในใบที่ทาง สทศ. ส่งไปให้ที่บ้าน
>>> สิ่งที่ไม่เปลี่ยน
- สัดส่วนคะแนน และเกณฑ์น้ำหนักยังคงเป็นเช่นเดิม คือ GPA 20% โอเน็ต 30% GAT 10-50% และ PAT 0-40% ทั้งนี้ไม่มีการเพิ่มสอบวิชาใดๆ ทั้งสิ้น
- วิชา PAT 2 วิทยาศาสตร์ จะไม่มีการแยกสอบเป็น 3 วิชาย่อย ฟิสิกส์ เคมี ชีวะวิทยา ตามที่มีข่าวมาก่อนหน้านี้ ดังนั้นจะยังคงเป็นวิชาโดดๆ ดังเดิม
- ค่าใช้จ่ายในการสอบไม่มีการเพิ่มเติม หรือลดราคาลง ยังคงราคาเดิมที่ 200 บาทขาดตัว และแต่ละวิชาก็จะสอบวิชาละ 3 ชั่วโมงตามเดิม
นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงในเรื่องรอบการสอบ พี่ลาเต้ ก็มีข่าวดีมาบอกอีกว่า ยังมีการเปลี่ยนแปลงอีกระลอก คือ การเปลี่ยนแนวข้อสอบ GAT PAT ซึ่งจะเริ่มใช้ในรอบมีนาคม 53 เป็นครั้งแรก ส่วนจะเปลี่ยนเป็นแนวไหน หลังประกาศผลรอบตุลาคม 52 พี่ลาเต้ จะมาอัพเดทให้ทราบครับ.. บอกตอนนี้เดี๋ยวจะไม่สบายใจกับการลุ้นผล อิอิ
ข่าวการศึกษา
ขณะที่เกณฑ์ แอดมิชชั่นใหม่ที่จะใช้แบบทดสอบความถนัดทั่วไปหรือ GAT และแบบทดสอบความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ หรือ PAT ต้องเสียค่าสอบวิชาละ 200 บาท เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก จึงควรทบทวนยกเลิกโอเน็ต และผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ม.ปลายหรือ GPAX แต่ให้ใช้ GAT และ PAT และสอบฟรี
ผศ.ดร.ปัจฉา ฉัตราภรณ์ อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หลังเปลี่ยนระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัยมา 2 ปี ได้เห็นผลการเรียนของผู้เรียนตกลงมาก
โดยภาคการศึกษาที่ 1/2551 ลดตัดเกรดที่ 30% ยังมีนิสิตวิศวะติด F วิชาฟิสิกส์ จำนวนครึ่งหนึ่งของทั้งหมด
ส่วน ผศ.นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า นิสิตแพทย์ก็ติด F มากขึ้น
และการที่มหาวิทยาลัยเปิดรับตรงมากขึ้น เพราะระบบแอดมิชชั่นกลางมีปัญหาซึ่งกระทรวงศึกษาควรต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาแก้ไข
รศ.ดร.พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ นักวิชาการประจำ กมธ.การศึกษา เชื่อว่าเกณฑ์แอดมิชชั่นปี 2553 จะมีปัญหาความรุนแรงมากกว่าเดิม
โดยเฉพาะการนำ GPAX มาใช้ จึงเสนอให้พิจารณา GPA เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ ในการประกอบการพิจารณาของแต่ละคณะ และตัดสินด้วย GAT และ PAT
ด้านนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ที่ปรึกษา กมธ.การศึกษา กล่าวว่า หากเป็นที่ประจักษ์ว่าแอดมิชชั่นทำให้ คุณภาพการศึกษาด้อยลง ก็ต้องเปลี่ยนแปลง ไม่ควรให้ระบบชั่วร้ายอยู่ในสังคมระบบคัดเลือกที่ดีควรจะง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ไม่สร้างภาระ
นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ประธานที่ปรึกษา กมธ.การศึกษา กล่าวว่า การปฏิรูปการศึกษามีความล้มเหลว และเมื่อเกิดปัญหาก็โทษกันไปมา ขอให้การระดมสมองเรื่องระบบคัดเลือกมีข้อสรุปที่ตกผลึก ไม่ใช่ประชุมแล้วไม่รู้ดำเนินการอะไรต่อ
ส่วนนายอภิชาต กล่าวว่า กมธ.ศึกษาจะเป็นผู้ประสานเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมทั้งเด็กที่รับผลกระทบ โดยตรง มาร่วมสัมมนาถกปัญหาอีกครั้งโดยเร็ว
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

