ขณะที่เกณฑ์ แอดมิชชั่นใหม่ที่จะใช้แบบทดสอบความถนัดทั่วไปหรือ GAT และแบบทดสอบความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ หรือ PAT ต้องเสียค่าสอบวิชาละ 200 บาท เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก จึงควรทบทวนยกเลิกโอเน็ต และผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ม.ปลายหรือ GPAX แต่ให้ใช้ GAT และ PAT และสอบฟรี
ผศ.ดร.ปัจฉา ฉัตราภรณ์ อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หลังเปลี่ยนระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัยมา 2 ปี ได้เห็นผลการเรียนของผู้เรียนตกลงมาก
โดยภาคการศึกษาที่ 1/2551 ลดตัดเกรดที่ 30% ยังมีนิสิตวิศวะติด F วิชาฟิสิกส์ จำนวนครึ่งหนึ่งของทั้งหมด
ส่วน ผศ.นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า นิสิตแพทย์ก็ติด F มากขึ้น
และการที่มหาวิทยาลัยเปิดรับตรงมากขึ้น เพราะระบบแอดมิชชั่นกลางมีปัญหาซึ่งกระทรวงศึกษาควรต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาแก้ไข
รศ.ดร.พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ นักวิชาการประจำ กมธ.การศึกษา เชื่อว่าเกณฑ์แอดมิชชั่นปี 2553 จะมีปัญหาความรุนแรงมากกว่าเดิม
โดยเฉพาะการนำ GPAX มาใช้ จึงเสนอให้พิจารณา GPA เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ ในการประกอบการพิจารณาของแต่ละคณะ และตัดสินด้วย GAT และ PAT
ด้านนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ที่ปรึกษา กมธ.การศึกษา กล่าวว่า หากเป็นที่ประจักษ์ว่าแอดมิชชั่นทำให้ คุณภาพการศึกษาด้อยลง ก็ต้องเปลี่ยนแปลง ไม่ควรให้ระบบชั่วร้ายอยู่ในสังคมระบบคัดเลือกที่ดีควรจะง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ไม่สร้างภาระ
นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ประธานที่ปรึกษา กมธ.การศึกษา กล่าวว่า การปฏิรูปการศึกษามีความล้มเหลว และเมื่อเกิดปัญหาก็โทษกันไปมา ขอให้การระดมสมองเรื่องระบบคัดเลือกมีข้อสรุปที่ตกผลึก ไม่ใช่ประชุมแล้วไม่รู้ดำเนินการอะไรต่อ
ส่วนนายอภิชาต กล่าวว่า กมธ.ศึกษาจะเป็นผู้ประสานเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมทั้งเด็กที่รับผลกระทบ โดยตรง มาร่วมสัมมนาถกปัญหาอีกครั้งโดยเร็ว
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น