วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552

สำหรับแม่น้อยกว่านี้ได้อย่างไร

แม่เป็นผู้ที่มีพระคุณมากสำหรับข้าพเจ้ามาก ท่านเป็นผู้ที่ใหกำเนิด มอบความรัก ความอบอุ่นแก่ข้าพเจ้า

ความรักของแม่
อันความรักของแม่แน่วแน่นัก
เฝ้าฟูมฟักลูกรักจนเติบใหญ่
เมื่อวันใดที่ลูกรักเติบโต
ไปลูกจักได้เป็นคนดีของสังคม

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552

สปส.แนะผู้ถูกเลิกจ้าง สมัครใช้สิทธิประกันต่อ

สำนักงานประกันสังคม แนะผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้างหากประสงค์ ใช้สิทธิประกันสังคมต่อ สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจ ตามมาตรา 39 ได้ ภายใน 6 เดือน นับจากวันที่ออกจากงาน....นายปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ถูกเลิกจ้างหรือลาออกจากงาน จะได้รับความคุ้มครองจากสำนักงานประกันสังคมต่ออีก 6 เดือน ใน 4 กรณี ได้แก่ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิตที่ไม่เกิดจากการทำงาน และกรณีคลอดบุตร แต่หากผู้ประกันตนประสงค์ที่จะใช้สิทธิประกันสังคมต่อไป สามารถที่จะสมัครเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจตามมาตรา 39 ได้ โดยยื่นแบบคำขอเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 (สปส. 1-20)ด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ออกจากงาน โดยผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี คือ ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิตที่ไม่เกิดจากการทำงาน คลอดบุตร สงเคราะห์บุตรและชราภาพเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวอีกว่า หากผู้ประกันตนมีข้อสงสัย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดที่ www.sso.go.th หรือ สายด่วน 1506

เมินเสียงค้านลุยตั้ง "สถาบันคุรุศึกษา"

"จุรินทร์" ชี้ ครม.เปิดไฟเขียว-ย้ำไม่ซ้ำซ้อน ปัดตั้งเก้าอี้รองรับ "สมหวัง" ชี้เป็นกลไกที่กำหนดไว้ในแผนงานการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 ในการกำหนดมาตรฐานการผลิตและพัฒนาครู ..นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ ให้ สัมภาษณ์กรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) มีมติคัดค้านการจัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ เพราะซ้ำซ้อนกับการผลิตครูของ มรภ.ว่า สถาบันดังกล่าวเป็นกลไกที่กำหนดไว้ในแผนงานการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 โดยเป็นองค์กรที่กำหนดมาตรฐานการผลิตและพัฒนาครู ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีองค์กรที่ทำหน้าที่นี้โดยตรงเกิดขึ้น ซึ่งยืนยันว่าจะไม่ ดำเนินการซ้ำซ้อนกับคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ แต่จะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตบัณฑิตในระดับปริญญาโท และเอกเท่านั้น นอกจากนี้สถาบันดังกล่าวจะทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานหลักสูตรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาครู รมว.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ระบุว่าไม่มีการรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มราชภัฏนั้น ตนคิดว่าหากมีคำถามใดๆ ทางสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) คงพร้อมที่จะตอบคำถาม เพราะเป็นมติของคณะกรรมการ สกศ. ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากหลายภาคส่วน และยืนยันว่าจะไม่มีการทบทวน เพราะได้ผ่านความเห็นชอบในหลักการจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น คงต้องเดินหน้าตามแผนต่อไป โดยขณะนี้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) อยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมาย เพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. แต่ในระหว่างที่กฎหมายยังไม่บังคับใช้ก็ได้มอบให้ สกศ.ไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรไปพลางก่อน เพื่อไม่ให้เสียเวลา ส่วนที่มีเสียงวิจารณ์ว่า จัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติขึ้นเพื่อรองรับผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ที่พ้นจากตำแหน่งนั้น ตนไม่ทราบเรื่องตัวบุคคล เพราะต้องให้มีสถาบันเกิดขึ้นก่อน ส่วนตัวบุคคลก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ด้าน ศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ผอ.สมศ. กล่าวว่า เป็นความเข้าใจผิดของ ทปอ.มรภ. หน้าที่ของสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติไม่ได้ผลิตครูระดับปริญญาตรีแต่จะสร้างวิทยากรที่จะมาช่วยพัฒนาระบบการศึกษา ช่วยกู้วิกฤติวิชาชีพครู และขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ตนคงไม่สามารถแต่งตั้งตัวเองให้เป็นอธิการบดีได้ ต้องมีคณะกรรมการสรรหา และหากเห็นว่าทำได้ก็ยินดีที่จะทำงานนี้อย่างเต็มที่.

ไทยอาสาเจ้าภาพจัด "สมัชชาลูกเสือ"

ซึ่งจะครบรอบในปี 2554 โดยจะมีการก่อสร้างอาคาร 100 ปี ศาลาวชิราวุธ ในบริเวณที่ตั้งสำนักงานลูกเสือแห่งชาติเดิม จุฬาฯรับหน้าที่ออกแบบอาคารโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 250 ล้านบาท ...นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ เปิด เผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่ง ชาติ เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเตรียมการ เฉลิมฉลองเนื่องในโอกาส 100 ปี ลูกเสือไทย ซึ่งจะครบรอบในปี 2554 โดยจะมีการก่อสร้างอาคาร 100 ปี ศาลาวชิราวุธ ในบริเวณที่ตั้งสำนักงานลูกเสือแห่งชาติเดิม เพื่อเป็นอาคารเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสครบรอบ 84 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วย ทั้งนี้จุฬาฯรับหน้าที่ออกแบบอาคารโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 250 ล้านบาท นอกจากนั้นที่ประชุมยังเห็นชอบให้ประเทศไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานสมัชชาลูกเสือเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2555 ด้วย สำหรับการเตรียมการนั้น จะได้มีการเสนอขออนุมัติงบประมาณจำนวนหนึ่งเพื่อนำไปจัดกิจกรรมระหว่างการงานสมัชชาลูกเสือเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2552 ระหว่างวันที่ 28 ต.ค.-1 พ.ย. ที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อให้ที่ประชุมสมัชชาลูกเสือฯได้เห็นถึงความพร้อม และได้ชี้แจงเหตุผลที่ไทยต้องการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานดังกล่าว.

จีนแบะท่า..เส้นทางR3 ย่นเวลาขนส่งสินค้าเกษตรไทย

รมว.เกษตรฯเผยไทย-จีนเตรียมนำเรื่องเส้นทางสายR3เข้าหารือร่วมกันในเดือน ธ.ค.ที่จะถึงนี้อีกครั้งเพื่อหาทางย่นเวลาขนส่งสินค้าเกษตรไทย...นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับนายหวังหย่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงควบคุมคุณภาพ และตรวจสอบกักกันโรค (AQSIQ) ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐ ประชาชนจีนว่า ประเด็นหลักที่ได้มีการหารือ คือแนวทางในการเพิ่มความร่วมมือด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างกันให้ มากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกของสองประเทศ เช่น การร่นระยะเวลาการขอใบอนุญาตการนำเข้า และขั้นตอนวิธีการตรวจสอบสินค้าที่รวดเร็วขึ้น เพื่อคงรักษาคุณภาพสินค้าเกษตรไทยที่ผ่านมาทางด่านต่างๆ ซึ่งจะเป็นกลไกหลักที่จะทำให้สินค้าเกษตรและอาหารของสองประเทศได้เปรียบประเทศอื่นในการแข่งขันทางการค้า"ทางรัฐมนตรี AQSIQ ยังได้หยิบยกประเด็นการขนส่งสินค้าเกษตรผ่านเส้นทาง R3 ที่ผ่านทาง อ.แม่สาย จ.เชียงราย เชื่อมต่อกับท่าขี้เหล็กของพม่าผ่านเมืองเชียงตุงไปต่อพรมแดนพม่า-จีน และไปยังคุนหมิง ซึ่งเป็นเส้นทางที่ต้องผ่านประเทศที่สาม เช่นเดียวกับเส้นทาง R9 ดังนั้น จะนำรายละเอียดประเด็นปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นของทั้งสองประเทศกลับไปพิจารณาและรวบรวมมาหารือในที่ประชุมคณะทำงานด้านเทคนิคมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (JTC-SPS) ไทย-จีน ครั้งที่ 3 ระหว่างเดือนธันวาคม 52 จัดโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อทำให้ขั้นตอนการขนส่งสินค้าเกษตรสะดวกมากยิ่งขึ้น อันจะส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะผลไม้ไทยที่จะใช้ระยะเวลาการขนส่งทางรถที่สั้น และเป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกผลไม้" นายธีระกล่าว.

ชวนคนไทยแสดงพลังต้านงาน 'เอ็กซ์โปบุหรี่'

นักวิชาการด้านบุหรี่ ชวนคนไทยแสดงพลังต้านงานTABINFO ASIA 2009 หรืองานเอ็กซ์โปบุหรี่ ที่เว็บไซต์ www.ashthailand.or.th หรือ www.couteringtabinfo.org ...เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ผศ.ดร.ปิยะรัตน์ นิ่มพิทักษ์พงศ์ นักวิชาการด้านบุหรี่ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึงการจัดงาน TABINFO ASIA 2009 ว่า ถือเป็นการท้าทายและแสดงให้เห็นถึงความกล้า เพราะก่อนหน้านี้ มีการพูดกันในกลุ่มอุตสาหกรรมยาสูบว่า "If You win Thailand, You win The world" เพราะประเทศไทยได้รับการยกย่องว่ามีมาตรการในการควบคุมการบริโภคยาสูบที่ก้าวหน้ากว่าหลายๆประเทศ และนานาชาติให้การยอมรับสูง ทั้งยังเป็น 1 ใน 194 ประเทศทั่วโลก ที่ลงนามในกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ (FCTC) การที่บริษัทบุหรี่สามารถขยายตลาดบุหรี่ที่ประเทศไทยได้ จะการันตีได้ว่าสามารถไปทำตลาดบุหรี่ที่ประเทศไหนก็ได้ และเอเชียยังเป็นตลาดบุหรี่ที่ใหญ่ที่สุด มีผู้สูบบุหรี่อยู่ในเอเชียประมาณ 600-700 ล้านคน และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นด้วย ทั้งนี้ ผศ.ดร.ปิยะรัตน์ กล่าวต่อว่า เพื่อคัดค้านการจัดงานดังกล่าว จะใช้โอกาสนี้ให้การศึกษากับประชาชน ให้รู้เท่าทันบริษัทบุหรี่ เฝ้าระวังการทำผิดกฎหมายของบริษัทบุหรี่ในงานนี้ เช่น การสูบบุหรี่ในที่ประชุม และการโฆษณายี่ห้อบุหรี่ ร่วมลงชื่อเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังบริษัทบุหรี่ และไม่เห็นด้วยกับการแสดงสินค้ายาสูบในประเทศไทยใน www.ashthailand.or.th หรือ www.couteringtabinfo.orgศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุญเกียรติ นักวิชาการด้านการตลาด กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุ ประสงค์ทางด้านการตลาดชัดเจน เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสารมวลชนโดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์แนวคิด If You win Thailand, You win The world. และที่สำคัญคือ เพื่อประเมินรัฐบาลประเทศไทยว่าเป็นอย่างไร เพื่อแนะนำสินค้าใหม่และประเมินลูกค้าหน้าใหม่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันแสดงพลังเพื่อคัดค้าน.

"จุรินทร์"เดินหน้าตั้งสถาบันคุรุศึกษาชาติ

รมว.ศึกษาธิการ ยืนยัน สถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ ไม่ซ้ำซ้อนกับคณะครุศาสตร์ ศึกษาธิการ ลั่น ไม่ทบทวน เดินหน้าตามแผน เพราะได้รับความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว ...
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์กรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) มีมติคัดค้านการจัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ เพราะซ้ำซ้อนกับการผลิตครูของ มรภ.ว่า สถาบันดังกล่าวเป็นกลไกที่กำหนดไว้ในแผนงานการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 โดยเป็นองค์กรที่กำหนดมาตรฐานการผลิตและพัฒนาครู ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีองค์กรที่ทำหน้าที่นี้โดยตรงเกิดขึ้น ซึ่งยืนยันว่าจะไม่ดำเนินการซ้ำซ้อนกับคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ แต่จะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตบัณฑิตในระดับปริญญาโทและเอกเท่านั้น นอกจากนี้ สถาบันดังกล่าวจะทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานหลักสูตรต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาครู รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ระบุว่าไม่มีการรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มราชภัฏนั้น ตนคิดว่าหากมีคำถามใดๆ ทางสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) คงพร้อมที่จะตอบคำถาม เพราะเป็นมติของคณะกรรมการ สกศ. ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากหลายภาคส่วน และยืนยันว่าจะไม่มีการทบทวน เพราะได้ผ่านความเห็นชอบในหลักการจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น คงต้องเดินหน้าตามแผนต่อไป โดยขณะนี้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) อยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมาย เพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. แต่ในระหว่างที่กฎหมายยังไม่บังคับใช้ ก็ได้มอบให้ สกศ.ไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรไปพลางก่อน เพื่อไม่ให้เสียเวลา ส่วนที่มีเสียงวิจารณ์ว่า จัดตั้งสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติขึ้นเพื่อรองรับผู้อำนวยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ที่พ้นจากตำแหน่งนั้น ตนไม่ทราบเรื่องตัวบุคคล เพราะต้องให้มีสถาบันเกิดขึ้นก่อน ส่วนตัวบุคคลก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ด้าน ศ.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ผอ.สมศ. กล่าวว่า เป็นความเข้าใจผิดของ ทปอ.มรภ. หน้าที่ของสถาบันคุรุศึกษาแห่งชาติ ไม่ได้ผลิตครูระดับปริญญาตรี แต่จะสร้างวิทยากรที่จะมาช่วยพัฒนาระบบการศึกษา ช่วยกู้วิกฤติวิชาชีพครู และขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ตนคงไม่สามารถแต่งตั้งตัวเองให้เป็นอธิการบดีได้ ต้องมีคณะกรรมการสรรหา และหากเห็นว่าทำได้ก็ยินดีที่จะทำงานนี้อย่างเต็มที่

ผุดแนวคิดนำขรก.เกษียณบวชไม่สึก

หวังแก้ปัญหาวัดร้าง ผู้ที่เข้าอุปสมบทตามโครงการจะได้รับการอบรมเรื่องการบริหารจัดการวัดเป็นพิเศษ หลังพบพระสงฆ์ไทยอ่อนบริหารจัดการนายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขานุการชมรมโพธิคยา กล่าววันนี้ (10 ก.ย. ) ถึงชมรมโพธิคยาว่า เกิดจากการรวมตัวกันของนักธุรกิจ ข้าราชการ นักการเมือง ที่เคยอุปสมบทตามโครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติเนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา เมื่อวันที่ 28 ต.ค.-6 พ.ย. 2550 ที่จัดโดยสถานเอกอัครราชฑูตไทย ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย ซึ่งในการอุปสมบทดังกล่าวทำให้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการเห็นถึงคุณค่าของการเดินทางไปศึกษาพระธรรมคำสอน ณ ดินแดนพุทธภูมิ ซึ่งจะทำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในพระธรรมคำสอน และการน้อมนำมาปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ ทางชมรมจึงดำเนินการโครงการส่งเสริมพระสงฆ์ไทยไปศึกษาปฏิบัติธรรมที่สาธารณรัฐอินเดีย โดยได้ระดมทุนจากสมาชิกทั้งหมดมาดำเนินงานตามโครงการเป็นจำนวนเงิน 3 ล้านบาท เริ่มนำร่องที่จ.นครราชสีมา ส่วนเกณฑ์ในการคัดเลือกพระสงฆ์นั้น นายสุภชัย กล่าวว่า ได้ผ่านการหารือจากพระผู้ใหญ่หลายรูป มีเกณฑ์หลักๆ คือ ต้องเป็นพระสงฆ์ที่มีอายุพรรษา 10 พรรษา ขึ้นไป ส่วนหลักสูตรในการอบรมนั้น พระราชรัตนรังษี เจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย จะเป็นผู้คิดหลักสูตรการอบรม ซึ่งขณะนี้มีพระสงฆ์ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าอบรมตามโครงกานี้แล้ว 31 รูป และขณะนี้ได้เดินทางไปอบรม และจำพรรษาที่สาธารณรัฐอินเดียแล้วตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. – 10 พ.ย.นี้ เลขานุการชมรมโพธิคยา กล่าวต่อว่า พระที่ผ่านการอบรมกลับมาต้องมีการทำวิจัยเชิงลึก และทางชมรมจะมีทุนให้เพื่อดำเนินงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ส่วนในการดำเนินงานโครงการปี 2553 จะมีการขยายโครงการไปยังจังหวัดต่างๆ อีกทั้งจะมีโครงการที่จะให้ข้าราชการที่กำลังจะเกษียณอายุราชการที่สนใจพระพุทธศาสนา มาเข้าร่วมโครงการ โดยจะให้อุปสมบทแบบไม่สึก และจะทำพิธีอุปสมบทที่อินเดีย พร้อมทั้งเข้ารับการอบรมตามโครงการ เมื่อผ่านการอบรมแล้วจะให้ไปอยู่ตามวัดที่มีพระสงฆ์อยู่น้อยเพื่อช่วยแก้ปัญหาวัดร้างที่กำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้น นอกจากนี้ผู้ที่เข้าอุปสมบทตามโครงการนี้จะได้รับการอบรมเรื่องการบริหารจัดการวัดเป็นพิเศษ เพราะต้องยอมรับว่าพระสงฆ์ไทยยังมีการบริหารจัดการไม่เก่ง

สบศ.เตรียมจัดโขนเฉลิมพระเกียรติ

สบศ. เตรียมจัดโขนสัญจรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม เสนอปลัดกระทรวงวัฒนธรรม พิจารณา ...
นายไพบูลย์ ผลมาก รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ตามที่กรมศิลปากร ได้จัดโขนสัญจรเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับชม โดยเริ่มจากภาคกลางที่ จ.สุพรรณบุรี เป็นที่แรกนั้น จากการประเมินผลพบว่า ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ประชาชนต่างให้ความสนใจเข้ารับชมการแสดงอย่างล้นหลาม มีสื่อมวลชนท้องถิ่นและสื่อต่างชาติให้ความสนใจเผยแพร่ศิลปะการแสดงจำนวนมาก ทั้งนี้ จะมีการสัญจรไปจัดที่ จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 17 ก.ย. จ.สุโขทัย วันที่ 25 ก.ย. และ จ.นครราชสีมา วันที่ 28 ก.ย.นี้นายกมล สุวุฒโฑ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กล่าวว่า หลังจากการแสดงโขนสัญจรของกรมศิลปากรจัดเสร็จสิ้นแล้ว ทางสถาบันฯ มีแนวคิดที่จะจัดโขนสัญจรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2552 ตามจังหวัดต่างๆอย่างยิ่งใหญ่ งดงามตระการตา ภายในเดือนธันวาคมนี้ โดยตนจะนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อพิจารณาต่อไป

อียูบังคับทุกสายการบินต้องจ่ายค่าโลกร้อน

หากบินผ่านน่านฟ้ายุโรป เริ่มในปี 2554 ถือเป็นเรื่องที่เข้าข่ายการกีดกันทางการค้า ก.ทรัพย์ นัดถก ก.คมนาคมต่อรองวันนี้ (10 ก.ย.) นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า จากกรณีที่กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป(อียู) เตรียมใช้มาตรการเก็บค่าธรรมเนียมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กับทุกสายการบินที่บินผ่านน่านฟ้าของสหภาพยุโรป ที่จะเริ่มในปี 2554 นั้น ถือเป็นเรื่องที่เข้าข่ายการกีดกันทางการค้า ที่เป็นผลมาจากพิธีสารเกียวโต ของอนุสัญญาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างชัดเจน ดังนั้น ทส.ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ จึงเตรียมเชิญกระทรวงคมนาคม การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย การบินไทย และสายการบินเอกชน เข้าหารือถึงหามาตรการรองรับและหาทางออกในเรื่องนี้ รวมทั้งมีความเป็นไปได้ ที่จะหารือกับกลุ่มประเทศอาเซียนทั้งหมดด้วย เพื่อกำหนดท่าทีร่วมกันให้ชัดเจน เนื่องจากทุกประเทศก็มีล้วนแต่มีสายการบินเป็นของตัวเอง และจะต้องได้รับผลกระทบจากเงื่อนไขที่อียูกำหนดขึ้นเช่นกันปลัด ทส. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียน ยังได้ออกร่างปฏิญญาอาเซียนด้านโลกร้อนขึ้น โดยมีมาตรการสำคัญที่เป็นนโยบายของกลุ่มประเทศภูมิภาคอาเซียน คือการยึดกรอบเจรจาภายใต้พิธีสารเกียวโตฉบับเดิม เพราะเชื่อว่าการแนวโน้มการเจรจาเรื่องโลกร้อนภายใต้เงื่อนไขใหม่จะถูกใช้มาเป็นตัวกีดกันทางการค้า และส่งผลให้ประเทศกำลังพัฒนานอกภาคผนวกที่ 1 ( Annex I ) รวมทั้งไทยได้รับผลกระทบโดยตรง รวมทั้งมีการตั้งคณะทำงานด้านมลพิษจากการเปลี่ยนแปลงของภาวะโลกร้อน เพื่อติดตามปัญหาในระดับภูมิภาคนี้ด้วย“ กรณีที่อียูกำหนดให้สายการบินต้องจ่ายค่าโลกร้อน ถือเป็นตัวอย่างที่เงื่อนไขโลกร้อนถูกหยิบมาพ่วงเรื่องของการกีดกันทางการค้ากับประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งของไทยยัง มีอีกหลายกรณีที่เริ่มถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นแล้ว เช่น การทำเกษตรกรรม การตัดไม้ และแนวโน้มสินค้าส่งออกอีกหลายชนิด โดยขณะนี้ผู้ประ กอบการก็เริ่มขยับตัวที่จะตั้งรับกับมาตรการนี้ด้วยการติดฉลากคาร์บอนเพื่อแสดง ว่าลดก๊าซเรือนกระจกได้มากน้อยแค่ไหนด้วย ดังนั้น ไทยต้องจับมือกับกลุ่มอาเซียน เพื่อกำหนดท่าทีการเจรจาต่อรองให้ชัดเจน ก่อนการประชุมโลกร้อน Cop-15 ที่กรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์กในช่วงปลายปีนี้ ” นายศักดิ์สิทธิ์ กล่าว

ม.สงขลานครินทร์รับโควตา200คน

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เขตการศึกษาตรัง จะเปิดรับสมัครเพื่อคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาในคณะพาณิชยศาสตร์และการจัดการ ภายใต้โครงการ “โควตาม.อ.ตรัง” ประจำปีการศึกษา 2552 จำนวน 200 คน รับสมัครระหว่างวันที่ 1-31 กรกฎาคม 2552สาขาวิชาที่รับสมัคร-สาขาวิชาการบัญชี-สาขาวิชาระบบสารสนเทศทางการบัญชี-สาขาวิชาการตลาด-สาขาวิชาการประกันภัย-สาขาวิชาการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์-สาขาวิชาการจัดการสารสนเทศและคอมพิวเตอร์โดยผู้สมัครสามารถเลือกสาขาที่ต้องการเรียนได้ 2 สาขา โดยให้เลือกสาขาที่ต้องการเรียนมากที่สุดเป็นอันดับ 1คุณสมบัติผู้สมัคร1.กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียน 14 จังหวัดภาคใต้ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 25442.จะต้องเป็นผู้ที่ได้คะแนนเฉลี่ยในกลุ่มวิชาต่าง ๆ รวม 4 ภาคการศึกษา (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5)กลุ่มสาขาวิชาคณิตศาสตร์ไม่ต่ำกว่า 2.50 และกลุ่มวิชาภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่า 2.503.จะต้องสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษาที่รับสมัครเท่านั้น4.ไม่เป็นโรคร้ายแรงที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา5.มีความประพฤติเรียบร้อยหลักฐานที่ใช้ในการสมัคร1.ใบสมัคร (ตามแบบฟอร์มของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ยกเว้นผู้ที่สมัครผ่านทางเว็บไซต์)2.สำเนาระเบียนผลการศึกษา (ปพ.1) ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 (รวม 4 ภาคการศึกษา)3.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวนักเรียน4.แบบฟอร์มสรุปผลการเรียนเฉพาะวิชา5.ใบรับรองความประพฤติจากสถานศึกษา6.เอกสารอื่น ๆ ที่แสดงความสามารถทางด้านวิชาการ หรือความสามารถทางด้านกิจกรรม7.ไปรษณีย์ธนาณัติ เพื่อเป็นค่าธรรมเนียมการสมัคร 100 บาทการสมัคร-ยื่นใบสมัครผ่านทางโรงเรียนที่ศึกษาอยู่-โรงเรียนแจ้งรายชื่อนักเรียนที่สมัคร พร้อมส่งหลักฐานการสมัครตามข้อ 5 ถึงงานทะเบียน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เขตการศึกษาตรัง ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2551สนใจติดต่อสอบถามที่ งานทะเบียน เขตการศึกษาตรัง ตำบลควนปริง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง 92000 โทร.0-7520-1726, 0-7526-3400 หรือ http://www.trang.psu.ac.th

ม.บูรพา

ม.บูรพารับตรง 5,229 คน
รับใน 2 โครงการคือรับตรงทั่วประเทศ และรับตรงเฉพาะนักเรียนใน 12 จังหวัดภาคตะวันออก
รับตรงทั่วประเทศ 1659 คน
ในปีการศึกษา 2552 มหาวิทยาลัยบูรพาจะรับนักเรียนเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี ประเภทรับตรงทั่วประเทศ ทั้งในภาคปกติและภาคพิเศษ โดยการรับนักเรียนเข้าศึกษาในปีการศึกษา 2552 นี้ มหาวิทยาลัยบูรพาได้เปิดโอกาสให้นักเรียนที่สำเร็จการศึกษา และกำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนรัฐบาลและเอกชนทั่วประเทศสามารถสมัครสอบคัดเลือกเข้าศึกษา โดยในภาคปกติรับจำนวนร้อยละ 15 ของจำนวนนิสิตที่จะรับเข้าใหม่
ในการสมัครสอบคัดเลือกครั้งนี้นักเรียนมีสิทธิ์เลือกอันดับกลุ่มวิชาหรือสาขาวิชาได้ 4 อันดับ โดยแยกเป็นภาคปกติ 3 อันดับ และภาคพิเศษ 1 อันดับ ซึ่งมีจำนวนรับภาคปกติทั้งสิ้น 1,269 คน และจำนวนรับภาคพิเศษทั้งสิ้น 390 คน
รับตรง12จังหวัดตะวันออก 3570 คน
ในปีการศึกษา 2552 มหาวิทยาลัยบูรพารับนักเรียนเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี ประเภทรับตรงในภาคตะวันออก 12 จังหวัด ทั้งในภาคปกติและภาคพิเศษ โดยการรับนักเรียนเข้าศึกษา ในปีการศึกษา 2552 นี้ มหาวิทยาลัยบูรพาได้เปิดโอกาสให้นักเรียนที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนรัฐบาลและเอกชนในภาคตะวันออกและพื้นที่ขยายของโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันออก ระยะที่ 2 จำนวน 12 จังหวัด ประกอบด้วย จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา ระยอง สมุทรปราการ ลพบุรี สระแก้ว และสระบุรี สามารถสมัครสอบคัดเลือก เข้าศึกษา โดยในภาคปกติรับจำนวนร้อยละ 50 ของจำนวนนิสิตที่จะรับเข้าใหม่
ในการสมัครสอบคัดเลือกครั้งนี้นักเรียนมีสิทธิ์เลือกอันดับกลุ่มวิชาหรือสาขาวิชาได้ 4 อันดับ
โดยแยกเป็นภาคปกติ 3 อันดับ และภาคพิเศษ 1 อันดับ ซึ่งมีจำนวนรับภาคปกติทั้งสิ้น 2,620 คน
และจำนวนรับภาคพิเศษทั้งสิ้น 950 คน
นักเรียนที่สนใจขอรับระเบียบการได้ที่อาจารย์แนะแนวโรงเรียน
หรือดาวน์โหลดจาก website http://service.buu.ac.th23 มิ.ย. – 3 ก.ค. 2551
และสอบถามที่กองบริการการศึกษา สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยบูรพา
169 ถนนลงหาดบางแสน ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี 20131
โทรศัพท์ : 0-3810-2709 - 10 , 0-3839-0520 โทรสาร 0-3874-5794
และดูรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ http://service.buu.ac.th

ม.เทคโนโลยีจอมเกล้าธนบุรี

ประกาศเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ม.6 เข้าศึกษาระดับปริญญาตรี 5 คณะ ประจำปีการศึกษา 2552 โดยจะเริ่มรับตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคมนี้ เป็นวันแรก
คณะวิศวกรรมศาสตร์
o วิศวกรรมเครื่องมือ (หลักสูตรปกติ)
o วิศวกรรมเคมี (หลักสูตรปกติ/หลักสูตร 2 ภาษา)
o วิศวกรรมเครื่องกล (หลักสูตรปกติ/หลักสูตร 2 ภาษา)
o วิศวกรรมไฟฟ้า (หลักสูตรปกติ/หลักสูตร 2 ภาษา)
o วิศวกรรมอุตสาหการ (หลักสูตรปกติ/หลักสูตร 2 ภาษา)
o วิศวกรรมระบบควบคุมและเครื่องมือวัด (หลักสูตรปกติ/หลักสูตร 2 ภาษา)
o วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม (หลักสูตรปกติ/หลักสูตร 2 ภาษา)
o วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม (หลักสูตรปกติ/หลักสูตร 2 ภาษา)
o วิศวกรรมวัสดุ (หลักสูตรปกติ/หลักสูตร 2 ภาษา)
o วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (หลักสูตรปกติ/หลักสูตรนานาชาติ)
o วิศวกรรมโยธา (หลักสูตรปกติ/หลักสูตรนานาชาติ)
o วิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ (หลักสูตรปกติ/หลักสูตร 2 ภาษา)
คณะวิทยาศาสตร์
o คณิตศาสตร์
o เคมี
o ฟิสิกส์ประยุกต์
o จุลชีววิทยา
o วิทยาการคอมพิวเตอร์ประยุกต์
o สถิติประยุกต์
o วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร
o เคมีอุตสาหกรรรมและสิ่งแวดล้อม
คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี
หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต (วท.บ.)
o วิทยาการคอมพิวเตอร์ประยุกต์ - มัลติมีเดีย
o เทคโนโลยีการพิมพ์
o เทคโนโลยีมีเดีย
หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต (ทล.บ.)
o เทคนิคการพิมพ์
หลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี (ค.อ.บ. 5 ปี)
o วิศวกรรมเครื่องกล
o วิศวกรรมไฟฟ้า
o วิศวกรรมโยธา
o วิศวกรรมอุตสาหการ
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ศล.บ.)
o มีเดียอาร์ต
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ
o สถาปัตยกรรม (หลักสูตรนานาชาติ)
o สถาปัตยกรรมภายใน (หลักสูตรนานาชาติ)
o ออกแบบอุตสาหกรรม (หลักสูตรนานาชาติ)
o ออกแบบนิเทศศิลป์ (หลักสูตรภาษาอังกฤษ)
คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
o วิทยาการคอมพิวเตอร์ (หลักสูตรภาษาอังกฤษ)
o เทคโนโลยีสารสนเทศ บางมด (หลักสูตรภาษาไทย)
รับสมัครทางอินเตอร์เน็ตได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2551 – วันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2551
ทางเว็บไซต์ http://www.admission.kmutt.ac.th/
ส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ ภายใน 3 วัน นับจากวันที่สมัคร
ยื่นเอกสารสมัครด้วยตนเอง ได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2551 – วันจันทร์ที่ 15 กันยายน 2551
เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับ ปวช. ในสาขาที่เกี่ยวข้อง เข้าศึกษาระดับปริญญาตรี 1 คณะ ประจำปีการศึกษา 2552
คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี
หลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี (ค.อ.บ. 5 ปี)
o วิศวกรรมเครื่องกล
o วิศวกรรมไฟฟ้า
o วิศวกรรมโยธา
o วิศวกรรมอุตสาหการ
รับสมัครทางอินเตอร์เน็ตตั้งแต่วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2551 – วันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2551
ทางเว็บไซต์ http://www.admission.kmutt.ac.th/
ส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ ภายใน 3 วัน นับจากวันที่สมัคร
ยื่นเอกสารสมัครด้วยตนเอง ได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2551 – วันจันทร์ที่ 15 กันยายน 2551
เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับ ปวส. เข้าศึกษาระดับปริญญาตรีต่อเนื่อง 1 คณะ ประจำปีการศึกษา 2552
คณะวิศวกรรมศาสตร์ (หลักสูตร 2 ภาษา)
o วิศวกรรมระบบควบคุมและเครื่องมือวัด
o วิศวกรรมเครื่องมือ
รับ สมัครทางอินเตอร์เน็ตตั้งแต่วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2551 – อังคารที่ 30 ธันวาคม 2551
ทางเว็บไซต์ http://www.admission.kmutt.ac.th/
ส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ ภายใน 3 วัน นับจากวันที่สมัคร
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kmutt.ac.th/admission
โทรศัพท์ 0 2470 8146, 0 2470 8164
โทรสาร 0 2470 8164
E-mail: Admission@kmutt.ac.th

รับตรง ม.ขอนแก่น(ต่อ)

2.4 คุณสมบัติจำเพาะ
รหัส
โครงการ
คุณสมบัติพิเศษ
MD X
ผู้มีความสามารถพิเศษทางวิชาการ และภาษาอังกฤษ
เป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โปรแกรมวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ ในประเทศไทยมีคะแนนเฉลี่ย (GPAX.) 4 ภาคการศึกษา ไม่น้อยกว่า 3.50
MD 02
ผลิตแพทย์เพิ่มร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
เป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โปรแกรมวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ ในโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีคะแนนเฉลี่ย (GPAX.) 4 ภาคการศึกษาไม่น้อยกว่า 3.00
MD 10
รับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี
เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ทั่วประเทศสาขา ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด รังสีเทคนิค สหเวชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ และสาธารณสุขศาสตร์มีผลการศึกษาในระดับปริญญาตรี มีคะแนนเฉลี่ยสะสม (GPAX.) ไม่ต่ำกว่า 2.50
3. กำหนดการรับสมัครและการสอบ โดยการรับตรงด้วยวิธีพิเศษ ของคณะแพทยศาสตร์
กิจกรรม
วัน เดือน ปี
รับสมัคร
วันที่ 1- 31 กรกฎาคม 2551 ทาง internet
ชำระเงินค่าสมัคร
วันที่ 1 -31 กรกฎาคม 2551 (ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารไทยพาณิชย์)
ส่งใบสมัคร และเอกสารประกอบ
ภายในวันที่ 5 สิงหาคม 2551 ถือตามวันที่ประทับตราไปรษณีย์
สอบข้อเขียนของคณะแพทยศาสตร์
วันที่ 13 -14 กันยายน 2551
ประกาศผู้มีสิทธิ์เข้าสอบขั้นตอนที่ 2
วันที่ 3 ตุลาคม 2551
ทดสอบบุคลิกภาพ MDX MD02 MD10
วันที่ 7 ตุลาคม 2551 (08.00 – 12.00 น.)
สอบขั้นตอนที่ 2 (สอบภาษาอังกฤษกลุ่ม MDX)
วันที่ 7 ตุลาคม 2551 (13.00 – 15.00 น.)
ตรวจสุขภาพ MD02 MD10
วันที่ 7 ตุลาคม 2551 (13.00 – 15.00 น.)
สอบสัมภาษณ์ MD02 MD10
วันที่ 8 ตุลาคม 2551 (08.00 – 12.00 น.)
ตรวจสุขภาพ MDX
วันที่ 8 ตุลาคม 2551 (08.00 – 12.00 น.)
สอบสัมภาษณ์ MDX
วันที่ 8 ตุลาคม 2551 (13.00 – 16.30 น.)
ประกาศรายชื่อผู้เข้าศึกษา
วันที่ 17 ตุลาคม 2551
รายงานตัวเข้าศึกษา ทาง internet/ทำสัญญา
วันที่ 24 ตุลาคม 2551
วันสุดท้ายการยื่นคำร้องขอสละสิทธิ์การเข้าศึกษา
วันที่ 27 ตุลาคม 2551
4. วิธีการสมัครสอบคัดเลือกรับตรงโดยวิธีพิเศษ ของคณะแพทยศาสตร์4.1 สมัครผ่าน Internet โดยเข้าไปที่ http://home.kku.ac.th/admismd/ ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนตามแบบฟอร์ม และตรวจสอบความถูกต้องก่อนกดตกลง4.2 ผู้สมัครมีสิทธิ์เลือกสมัครรับตรงโดยวิธีพิเศษของคณะแพทยศาสตร์ เฉพาะประกาศฉบับนี้ได้เพียง 1 โครงการ เท่านั้น 4.3 ผู้สมัครสอบจะได้รับ 4.3.1 เลขที่ในใบสมัคร4.3.2 เอกสารเพื่อนำไปชำระเงินที่ธนาคาร4.4 ผู้สมัครที่ต้องการแก้ไขข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-สกุล เลขประจำตัวประชาชนฯลฯ ผู้สมัครแจ้งข้อมูลไปยัง สถานที่ในข้อ 5.5
5. เอกสารประกอบใบสมัคร
5.1 เอกสารใบสมัครที่พิมพ์จากหน้าจอ (หน้าตรวจสอบข้อมูล ) พร้อมลงลายมือชื่อผู้สมัคร5.2 ติดรูปถ่ายขนาด 1 นิ้วครึ่ง หน้าตรง ไม่สวมหมวกหรือแว่นตาดำ ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน เหมือนตัวจริงในใบสมัคร5.4 ซองจดหมายขนาดมาตรฐาน (ขนาด 4.5 นิ้ว x 6.5 นิ้ว) จำนวน 1 ซอง ที่จ่าหน้าซองถึงตัวเอง โดยใช้ที่อยู่ที่ติดต่อทางไปรษณีย์ได้สะดวก พร้อมทั้งติดแสตมป์หน้าซองๆ ละ 3 บาท เพื่อ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะส่ง บัตรประจำตัวผู้สอบ ไปให้5.5 สถานที่ส่งเอกสาร
รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะแพทยศาสตร์ (เอกสารสมัครสอบเรียนแพทย์)ตู้ ปณ. 110 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ต. ในเมือง อ. เมือง จ. ขอนแก่น 40002
5.6 กำหนดส่งเอกสารการสมัครสอบทุกโครงการ การสมัครจะสมบูรณ์ เมื่อดำเนินการตามขั้นตอน และส่งเอกสารครบถ้วนภายในวันที่ 5 สิงหาคม 2551 ถือตามวันที่ประทับตราไปรษณีย์
6. การชำระค่าสมัครผ่านธนาคาร
6.1 นำเอกสารการชำระเงิน ไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ ธนาคารจะเก็บเอกสารท่อนล่าง และมอบเอกสารท่อนบนคืนให้ผู้สมัครไว้เป็นหลักฐาน
รหัส
โครงการ
ค่าสมัครสอบ
ค่าธรรมเนียมธนาคาร
รวมเงินทั้งสิ้น
MD X
ผู้มีความสามารถพิเศษทางวิชาการ และภาษาอังกฤษ
1,200 บาท
15 บาท
1,215 บาท
MD 02
ผลิตแพทย์เพิ่มร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
1,000 บาท
15 บาท
1,015 บาท
MD 10
รับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี
1,000 บาท
15 บาท
1,015 บาท
6.2 ผู้สมัครสามารถตรวจสอบการชำระเงินค่าสมัครสอบ เลขที่นั่งสอบ และสถานที่สอบ ได้ที่ http://home.kku.ac.th/admismd/6.3 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่าสมัครสอบแก่ผู้สมัคร ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น6.4 ขอให้ผู้สมัครศึกษารายละเอียดในประกาศ และขั้นตอนการสมัครเอกสารประกอบการสมัครโดยละเอียดหากเกิดความผิดพลาดในการสมัครไม่ว่ากรณีใด ๆ ให้ถือว่าเป็นความผิดพลาดของผู้สมัครเอง คณะแพทยศาสตร์ ไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้น
7. สนามสอบ โรงเรียนเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อ.เมือง จ.ขอนแก่น
8. รายวิชาและสัดส่วนคะแนนที่ใช้ในการคัดเลือกปีการศึกษา 2552
วิชา
น้ำหนักคะแนน
เงื่อนไข
1. ภาษาไทย
10
คะแนนแต่ละวิชาต้องได้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 และคะแนนรวมทุกรายวิชาในสัดส่วนที่กำหนดต้องได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
2. สังคมศึกษา
10
3. ภาษาอังกฤษ
20
4. คณิตศาสตร์
15
5. เคมี
15
6. ชีววิทยา
15
7. ฟิสิกส์
15
รวม
100

รับตรงของแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ประจำปีการศึกษา 2552 รับตรงโดยวิธีพิเศษของ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ และผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครได้ที่ http://home.kku.ac.th/admismd/
1. โดยการรับตรงด้วยวิธีพิเศษ
รหัส
โครงการ
พื้นที่การรับ
จำนวนรับ
MD X
ผู้มีความสามารถพิเศษทางวิชาการ และภาษาอังกฤษ
ทั่วประเทศ
55 คน
MD 02
ผลิตแพทย์เพิ่มร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
19 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
46 คน
MD 10
รับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี
ทั่วประเทศ
4 คน
2. คุณสมบัติของผู้สมัครเข้าศึกษา สำหรับนักเรียนที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่จะสมัครเข้าศึกษาในโครงการ MD X และ MD 02 ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
2.1 คุณสมบัติทั่วไป ของนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น2.1.1 เป็นผู้ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข2.1.2 เป็นบุคคลที่อยู่ในประเทศไทยโดยถูกต้องตามกฎหมาย2.1.3 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย และโรงเรียนเห็นว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเข้าศึกษาใน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้2.1.4 เป็นผู้มีสุขภาพร่างกายและจิตใจสมบูรณ์คือ ไม่เป็นผู้ทุพพลภาพไร้ความสามารถและจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ และต้องมีบุคลิกภาพที่คณะกรรมการรับบุคคลเข้าศึกษาพิจารณาเห็นว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพ2.1.5 เป็นผู้ที่ปราศจากโรคดังต่อไปนี้2.1.5.1 โรคเรื้อน2.1.5.2 วัณโรคปอดที่คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพ2.1.5.3 โรคพิษสุราเรื้อรัง2.1.5.4 ติดยาเสพติดให้โทษ2.1.5.5 โรคหัวใจที่คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าจะเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ง่าย2.1.5.7 โรคเรื้อรัง เช่น เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ โรคไตที่รักษาหายขาดไม่ได้ และความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ 2.1.5.8 โรคอื่น ๆ หรือความผิดปกติที่คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพ2.1.6 กรณีผู้สมัครขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งจากข้อ 2.1.1 ถึงข้อ 2.1.5 คณะกรรมการอำนวยการจะไม่พิจารณาผลการคัดเลือกฯ เพื่อเข้าศึกษาใน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รับตรงโดยวิธีพิเศษ ของคณะแพทยศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 25522.2 คุณสมบัติทั่วไปของผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่จะสมัครเข้าศึกษาในโครงการ MD 10 ต้องมีคุณสมบัติดังนี้2.2.1 มีสัญชาติไทย2.2.2 มีสุขภาพดี ไม่เป็นโรค อาการของโรค หรือพิการตามประกาศ สำนักงานคณะ กรรมการการอุดมศึกษา2.2.3 เป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขหรือบุคคลทั่วไป2.2.4 อายุไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันที่ 1 มิถุนายน ของปีที่เริ่มการศึกษา2.2.5 ในกรณีที่ผู้สมัครเป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขต้องปฏิบัติงานในหน่วยงานที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุขไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันที่ 1 มิถุนายน ของปีที่เริ่มการศึกษา2.2.6 สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าในสาขาวิชา ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด รังสีเทคนิคสหเวชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ และสาธารณสุขศาสตร์ โดยต้องศึกษาวิชาในกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต กลุ่มวิชาภาษา มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 15 หน่วยกิต และต้องศึกษาวิชาชีวเคมีไม่น้อยกว่า 3 หน่วยกิต และทุกรายวิชาต้องได้เกรดไม่ต่ำกว่า C2.2.7 มีผลการศึกษาในระดับปริญญาตรีด้วยคะแนนเฉลี่ยสะสม (GPAX.) ไม่ต่ำกว่า 2.502.2.8 ในกรณีที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ก่อนขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา จะต้องทำสัญญาเพื่อลาไปศึกษาต่อกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่ปฏิบัติงานก่อนเข้ารับการศึกษา2.2.9 ในกรณีที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขจะต้องได้รับการ รับรองจากผู้บังคับบัญชาว่ามีประวัติความประพฤติ และบุคลิกภาพดี และมีความตั้งใจที่จะเป็นแพทย์ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชน และเพื่อชุมชน2.2.10 ก่อนขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาจะต้องทำสัญญาเป็นนักศึกษาโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบทเพื่อเข้ารับราชการหรือการทำงานเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วตามระเบียบ และเงื่อนไขของกระทรวงสาธารณสุข2.2.11 ผู้สมัครที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หากสอบผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่คณะแพทยศาสตร์กำหนดจะได้รับการพิจารณาคัดเลือกก่อน
2.3 คุณสมบัติเฉพาะ ในโครงการ MD X ,MD 02 และ MD 10
ผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ปีการศึกษา 2552 รับตรงโดยวิธีพิเศษ ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง และปราศจากโรค หรืออาการของโรค หรือความพิการอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังต่อไปนี้2.3.1 มีความพิการทางร่างกายอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพแพทย์2.3.2 มีปัญหาทางบุคลิกภาพ และทางจิตเวชที่อาจมีผลกระทบ หรือเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และ/หรือการประกอบวิชาชีพแพทย์ และ/หรือ เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย เช่น โรคประสาท อารมณ์แปรปรวน โรคจิตทุกชนิด บุคลิกภาพผิดปกติ มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม เป็นต้น2.3.3 โรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร2.3.4 โรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม เช่น- โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ (โรคลมชักที่ไม่มีอาการชักมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี โดยมีการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นโรคลมชักที่ควบคุมได้)- โรคหัวใจระดับรุนแรงจนอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม- โรคความดันโลหิตสูงขั้นรุนแรง และมีภาวะแทรกซ้อนจนทำให้เกิดพยาธิสภาพต่ออวัยวะอย่างถาวร- ภาวะไตวายเรื้อรัง- โรคติดสารเสพติดให้โทษ- โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง- โรคอ้วนขั้นรุนแรง (Morbid Obesity) (มีดัชนีมวลกายมากกว่า 40 หรือดัชนีมวลกายมากกว่า 35 ร่วมกับมีโรคที่สัมพันธ์กับภาวะน้ำหนักเกิน)2.3.5 ตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง ทำให้มีผลต่อความแม่นยำในการวินิจฉัยโรค และการตัดสินใจให้การรักษาผู้ป่วย2.3.6 ความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้- สายตาบอดสนิทไม่สามารถรับแสงได้ข้างหนึ่ง- สายตาไม่ปกติเมื่อรักษาโดยใช้แว่นแล้วยังมีสายตาต่ำกว่า 6/24 ทั้งสองข้าง- สายตาข้างดีต่ำกว่า 6/12 เมื่อได้รับการแก้ไขอย่างดีที่สุดแล้ว- ไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นสามมิติ2.3.7 หูหนวกหรือหูตึง (threshold ของการได้ยินสูงกว่า 40 dB) จากความผิดปกติทางประสาท (sensorineural hearing loss) แม้แต่ข้างเดียว2.3.8 โรคหรือความพิการอื่นๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้แต่คณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายเห็นว่า อาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ทั้งนี้คณบดีคณะแพทยศาสตร์อาจแต่งตั้งแพทย์ /คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจเพิ่มเติมและเสนอความเห็นเป็นกรณีๆ ไป2.3.9 ผู้เข้าศึกษาที่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือจงใจปกปิดข้อมูล ถ้าปรากฏเป็นความเท็จขึ้นในภายหลังจะต้องถูกตัดสิทธิ์การศึกษา2.3.10 คุณสมบัติอื่นๆ อันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา หรือการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในอนาคต ให้อยู่ในดุลยพินิจคณะกรรมการอำนวยการรับบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น การตัดสินของคณะกรรมการอำนวยการฯ ถือเป็นอันสิ้นสุด

รับตรงของแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ประจำปีการศึกษา 2552 รับตรงโดยวิธีพิเศษของ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ และผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครได้ที่ http://home.kku.ac.th/admismd/
1. โดยการรับตรงด้วยวิธีพิเศษ
รหัส
โครงการ
พื้นที่การรับ
จำนวนรับ
MD X
ผู้มีความสามารถพิเศษทางวิชาการ และภาษาอังกฤษ
ทั่วประเทศ
55 คน
MD 02
ผลิตแพทย์เพิ่มร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
19 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
46 คน
MD 10
รับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี
ทั่วประเทศ
4 คน
2. คุณสมบัติของผู้สมัครเข้าศึกษา สำหรับนักเรียนที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่จะสมัครเข้าศึกษาในโครงการ MD X และ MD 02 ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
2.1 คุณสมบัติทั่วไป ของนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น2.1.1 เป็นผู้ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข2.1.2 เป็นบุคคลที่อยู่ในประเทศไทยโดยถูกต้องตามกฎหมาย2.1.3 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย และโรงเรียนเห็นว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเข้าศึกษาใน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้2.1.4 เป็นผู้มีสุขภาพร่างกายและจิตใจสมบูรณ์คือ ไม่เป็นผู้ทุพพลภาพไร้ความสามารถและจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ และต้องมีบุคลิกภาพที่คณะกรรมการรับบุคคลเข้าศึกษาพิจารณาเห็นว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพ2.1.5 เป็นผู้ที่ปราศจากโรคดังต่อไปนี้2.1.5.1 โรคเรื้อน2.1.5.2 วัณโรคปอดที่คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพ2.1.5.3 โรคพิษสุราเรื้อรัง2.1.5.4 ติดยาเสพติดให้โทษ2.1.5.5 โรคหัวใจที่คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าจะเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ง่าย2.1.5.7 โรคเรื้อรัง เช่น เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ โรคไตที่รักษาหายขาดไม่ได้ และความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ 2.1.5.8 โรคอื่น ๆ หรือความผิดปกติที่คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพ2.1.6 กรณีผู้สมัครขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งจากข้อ 2.1.1 ถึงข้อ 2.1.5 คณะกรรมการอำนวยการจะไม่พิจารณาผลการคัดเลือกฯ เพื่อเข้าศึกษาใน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รับตรงโดยวิธีพิเศษ ของคณะแพทยศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 25522.2 คุณสมบัติทั่วไปของผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่จะสมัครเข้าศึกษาในโครงการ MD 10 ต้องมีคุณสมบัติดังนี้2.2.1 มีสัญชาติไทย2.2.2 มีสุขภาพดี ไม่เป็นโรค อาการของโรค หรือพิการตามประกาศ สำนักงานคณะ กรรมการการอุดมศึกษา2.2.3 เป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขหรือบุคคลทั่วไป2.2.4 อายุไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันที่ 1 มิถุนายน ของปีที่เริ่มการศึกษา2.2.5 ในกรณีที่ผู้สมัครเป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขต้องปฏิบัติงานในหน่วยงานที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุขไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันที่ 1 มิถุนายน ของปีที่เริ่มการศึกษา2.2.6 สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าในสาขาวิชา ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด รังสีเทคนิคสหเวชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ และสาธารณสุขศาสตร์ โดยต้องศึกษาวิชาในกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต กลุ่มวิชาภาษา มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 15 หน่วยกิต และต้องศึกษาวิชาชีวเคมีไม่น้อยกว่า 3 หน่วยกิต และทุกรายวิชาต้องได้เกรดไม่ต่ำกว่า C2.2.7 มีผลการศึกษาในระดับปริญญาตรีด้วยคะแนนเฉลี่ยสะสม (GPAX.) ไม่ต่ำกว่า 2.502.2.8 ในกรณีที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ก่อนขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา จะต้องทำสัญญาเพื่อลาไปศึกษาต่อกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่ปฏิบัติงานก่อนเข้ารับการศึกษา2.2.9 ในกรณีที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขจะต้องได้รับการ รับรองจากผู้บังคับบัญชาว่ามีประวัติความประพฤติ และบุคลิกภาพดี และมีความตั้งใจที่จะเป็นแพทย์ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชน และเพื่อชุมชน2.2.10 ก่อนขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาจะต้องทำสัญญาเป็นนักศึกษาโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบทเพื่อเข้ารับราชการหรือการทำงานเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วตามระเบียบ และเงื่อนไขของกระทรวงสาธารณสุข2.2.11 ผู้สมัครที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หากสอบผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่คณะแพทยศาสตร์กำหนดจะได้รับการพิจารณาคัดเลือกก่อน
2.3 คุณสมบัติเฉพาะ ในโครงการ MD X ,MD 02 และ MD 10
ผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ปีการศึกษา 2552 รับตรงโดยวิธีพิเศษ ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง และปราศจากโรค หรืออาการของโรค หรือความพิการอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังต่อไปนี้2.3.1 มีความพิการทางร่างกายอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพแพทย์2.3.2 มีปัญหาทางบุคลิกภาพ และทางจิตเวชที่อาจมีผลกระทบ หรือเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และ/หรือการประกอบวิชาชีพแพทย์ และ/หรือ เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย เช่น โรคประสาท อารมณ์แปรปรวน โรคจิตทุกชนิด บุคลิกภาพผิดปกติ มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม เป็นต้น2.3.3 โรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร2.3.4 โรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม เช่น- โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ (โรคลมชักที่ไม่มีอาการชักมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี โดยมีการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นโรคลมชักที่ควบคุมได้)- โรคหัวใจระดับรุนแรงจนอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม- โรคความดันโลหิตสูงขั้นรุนแรง และมีภาวะแทรกซ้อนจนทำให้เกิดพยาธิสภาพต่ออวัยวะอย่างถาวร- ภาวะไตวายเรื้อรัง- โรคติดสารเสพติดให้โทษ- โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง- โรคอ้วนขั้นรุนแรง (Morbid Obesity) (มีดัชนีมวลกายมากกว่า 40 หรือดัชนีมวลกายมากกว่า 35 ร่วมกับมีโรคที่สัมพันธ์กับภาวะน้ำหนักเกิน)2.3.5 ตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง ทำให้มีผลต่อความแม่นยำในการวินิจฉัยโรค และการตัดสินใจให้การรักษาผู้ป่วย2.3.6 ความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้- สายตาบอดสนิทไม่สามารถรับแสงได้ข้างหนึ่ง- สายตาไม่ปกติเมื่อรักษาโดยใช้แว่นแล้วยังมีสายตาต่ำกว่า 6/24 ทั้งสองข้าง- สายตาข้างดีต่ำกว่า 6/12 เมื่อได้รับการแก้ไขอย่างดีที่สุดแล้ว- ไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นสามมิติ2.3.7 หูหนวกหรือหูตึง (threshold ของการได้ยินสูงกว่า 40 dB) จากความผิดปกติทางประสาท (sensorineural hearing loss) แม้แต่ข้างเดียว2.3.8 โรคหรือความพิการอื่นๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้แต่คณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายเห็นว่า อาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ทั้งนี้คณบดีคณะแพทยศาสตร์อาจแต่งตั้งแพทย์ /คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจเพิ่มเติมและเสนอความเห็นเป็นกรณีๆ ไป2.3.9 ผู้เข้าศึกษาที่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือจงใจปกปิดข้อมูล ถ้าปรากฏเป็นความเท็จขึ้นในภายหลังจะต้องถูกตัดสิทธิ์การศึกษา2.3.10 คุณสมบัติอื่นๆ อันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา หรือการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในอนาคต ให้อยู่ในดุลยพินิจคณะกรรมการอำนวยการรับบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น การตัดสินของคณะกรรมการอำนวยการฯ ถือเป็นอันสิ้นสุด

ม.แม่ฟ้าหลวงรับโควตาภาคเหนือ

คุณสมบัติของผู้สมัคร
2.1 เป็นผู้ที่อยู่ในประเทศไทยโดยถูกต้องตามกฎหมาย
2.2 เป็นผู้ที่มีความประสงค์ที่จะเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงอย่างแท้จริง
2.3 เป็นผู้ที่มีความสามารถในการศึกษาในระบบการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจาก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ
2.4 เป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงและไม่เป็นโรค หรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
2.5 เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือ เทียบเท่า ของโรงเรียนในเขตพัฒนา 17 จังหวัดภาคเหนือ
2.6 เป็นผู้ที่มีคะแนนเฉลี่ยสะสมภาคการศึกษาชั้น ม.4 - ม.5 (รวม 4 เทอม) หรือเทียบเท่า ดังนี้
กลุ่มสาชาวิชาด้านภาษาและนิติศาสตร์ (สาขาวิชาที่ 1 -6) จะต้องมีผลการเรียนเฉลี่ย (GPA) กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ (GPA) และกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ไม่น้อยกว่า 2.50
กลุ่มสาขาวิชาด้านการจัดการ และเทคโนโลยีสารสนเทศ (สาขาวิชาที่ 7 - 18) จะต้องมีผลการเรียนฉลี่ย (GPA) กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ และกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 2.50
กลุ่มสาขาวิชาทางด้านวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ (สาขาวิชาที่ 19 - 31) จะต้องมีผลการเรียนฉลี่ย (GPA) กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ และกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 2.50
2.7 คุณสมบัติเฉพาะของสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ ให้เป็นไปตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้
3. รายละเอียดเกี่ยวกับการสมัคร
3.1 หลักฐานการสมัคร
1. ใบสมัครที่กรอกข้อความครบถ้วน พร้อมทั้งติดรูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว เรียบร้อยแล้ว
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
3. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (กรณีที่ ชื่อ - สกุล ปัจจุบันไม่ตรงกับหลักฐานอื่นๆ)
4. สำเนาใบระเบียนแสดงผลการเรียน (รบ.1หรือ ปพ.1) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 4 ภาคเรียน (ชั้น ม.4 -ม.5) โดยให้โรงเรียนคำนวณ และบันทึกผลการเรียนในช่องผลการเรียนเฉลี่ยตลอดหลักสูตร และผลการเรียนรวมเฉลี่ย พร้อมทั้งให้นายทะเบียนลงนามและประทับตราสถานศึกษาด้วย
3.2 ใบสมัคร
ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม ข้อ 2 สามารถขอรับใบสมัครได้ที่โรงเรียนที่นักเรียนกำลังศึกษาอยู่ หรือที่ส่วนรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ห้อง 108 อาคารเรียนรวม C1 หรือ Download ใบสมัครทาง http://www.mfu.ac.th ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
3.3 การยื่นใบสมัคร
ผู้สมัครสามารถเลือกได้ 2 สาขาวิชา โดยผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ 2 สามารถยื่นหลักฐานการสมัครตามข้อ 3.1 โดยวิธี
1. สมัครผ่านโรงเรียน
โดยให้นักเรียนสมัครผ่านโรงเรียนที่นักเรียนกำลังศึกษาอยู่ พร้อมทั้งชำระค่าสมัครคนละ 300 บาท ทั้งนี้ ขอทางโรงเรียนโปรดตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร และรวบรวมเอกสารการสมัคร พร้อมธนาณัติค่าสมัคร สั่งจ่ายในนาม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ปณ. สาขาบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย จัดส่งทางไปรษณีย์ไปตามที่อยู่ข้างล่างนี้ ภายในวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2551 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะถือเอาวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ
เรียน หัวหน้าส่วนรับนักศึกษา
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
333 หมู่ 1 ต.ท่าสุด
อ.เมือง จ.เชียงราย 57100
ใบสมัคร ป.ตรี โควตา 17 จังหวัดภาคเหนือ
2. สมัครด้วยตนเอง โดย
2.1 ทางไปรษณีย์ โดยจัดส่งเอกสารการสมัคร พร้อมค่าสมัคร 300 บาท ในรูปของไปรษณีย์ธนาณัติ สั่งจ่ายในนาม “มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง” ปณ. สาขาบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2551 (ถือเอาวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ) แล้วจัดส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษตามที่อยู่ในข้อ 1.
2.2 สมัครด้วยตนเอง ที่ส่วนรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ห้อง 108 อาคารเรียนรวม C1 พร้อมค่าสมัคร 300 บาท ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2551 ระหว่างเวลา 08.00 - 15.30 น. (เว้นวันหยุดราชการ)
** เมื่อผู้สมัครยื่นใบสมัครแล้ว จะถือว่าผู้สมัครได้ตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อยแล้ว หากตรวจพบว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติ จะไม่มีสิทธิ์เข้าสอบคัดเลือกฯ และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะไม่คืนเงินค่าสมัครให้แก่ผู้สมัคร ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
4. ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบคัดเลือก
วันพุธที่ 3 กันยายน 2551 ณ www.mfu.ac.th (ทางมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะทยอยประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2551 เป็นต้นไป)
5. กำหนดการสอบคัดเลือก
วันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2551 ณ อาคารเรียนรวม C1 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
07.30 - 08.30 น. ลงทะเบียนเข้าสอบ
08.30 - 10.30 น. สอบข้อเขียนวิชาภาษาอังกฤษ /ภาษาจีน* (ให้เตรียมดินสอดำ 2B และปากกามาด้วย)
10.30 - 12.00 น. สอบวัดแววความเป็นครู**
10.30 น. เป็นต้นไป สอบสัมภาษณ์ (สาขาวิชาการสอนภาษาจีน เริ่มตั้งแต่ 13.00 น.เป็นต้นไป)
* เฉพาะผู้สมัครเข้าศึกษาในสาขาวิชาภาษาจีนธุรกิจ (เลือกสอบภาษาจีน) และสาขาวิชาการสอนภาษาจีน
** เฉพาะผู้สมัครเข้าศึกษาในสาขาวิชาการสอนภาษาจีน
วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551
08.30 - 09.00 น. ลงทะเบียนเข้าสอบสัมภาษณ์
09.00 น. เป็นต้นไป สอบสัมภาษณ์ (ต่อ)
6. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา
วันพุธที่ 10 กันยายน 2551 ทาง www.mfu.ac.th หรือ สอบถามที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-5391-6103-6
7. การรายงานตัวเพื่อยืนยันการเข้าศึกษาพร้อมชำระค่าธรรมเนียม
ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จะต้องรายงานตัวและชำระค่าธรรมเนียมเพื่อยืนยันการเข้าศึกษา โดย
7.1 รายงานตัวด้วยตนเอง พร้อมชำระเงินค่าธรรมเนียมการยืนยันการเข้าศึกษา 6,000 บาท (หกพันบาทถ้วน) ที่ส่วนรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ห้อง 108 อาคารเรียนรวม C1 ภายในวันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2551 เวลา 08.00 - 15.00 น. (เว้นวันหยุดราชการ)
7.2 รายงานตัวโดย Download ใบรายงานตัว ทาง http://www.mfu.ac.th กรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน และจัดส่งใบรายงานตัว พร้อมค่าธรรมเนียมการยืนยันการเข้าศึกษา 6,000 บาท (หกพันบาทถ้วน) ในรูปของ
1. ไปรษณีย์ธนาณัติ สั่งจ่ายในนาม “มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง” ณ ที่ทำการไปรษณีย์ สาขาบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย หรือ
2. ชำระเงินผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาย่อยมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ชื่อบัญชี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เลขที่บัญชี 429-1-00011-6
แล้วนำไปรษณีย์ธนาณัติ หรือ ใบแจ้งยอดการชำระเงินพร้อมใบรายงานตัว จัดส่งไปตามที่อยู่ข้างล่างนี้ภายในวันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2551 (ถือเอาวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ)
เรียน หัวหน้าส่วนรับนักศึกษา
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
333 หมู่ 1 ต.ท่าสุด
อ.เมือง จ.เชียงราย 57100
ใบรายงานตัวเพื่อยืนยันการเข้าศึกษาโควตาฯ
หมายเหตุ
1. ค่าธรรมเนียมการยืนยันการเข้าศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมการศึกษาที่นักศึกษาทุกคนจะต้องชำระเมื่อขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา
2. ผู้ที่รายงานตัวยืนยันการเข้าศึกษาแล้ว หากประสงค์จะสมัครเข้ารับการคัดเลือกเข้าศึกษา ในระบบกลาง (Admissions) จะต้องขอสละสิทธิ์การเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยยื่นต่อมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน วันที่ 31 มีนาคม 2552 ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะไม่คืนเงินค่าธรรมเนียมให้ไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น

รับตรง ม.ศิลปากร

ม.ศิลปากร

โครงการรับตรงม.ศิลปากร
โครงการรับตรง คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ในขณะนี้ได้เปิดรับเพิ่มเป็น 4 โครงการ เปิดรับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2551 พร้อมมีทุนการศึกษาให้คนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมอีกด้วย...
โครงการที่กำลังเปิดรับสมัคร◊ เทคโนโลยีอุตสาหกรรมสัญจร ประเภท ก. (ไม่ตัดสิทธิแอดมิชชั่น)คุณสมบัติผู้สมัคร 1. กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 62. ต้องสอบได้ลำดับ 1-10 ของสายวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน3. ต้องได้ค่าระดับเฉลี่ยในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่อไปนี้รวมกัน ไม่น้อยกว่า 3.00 ของมัธยมศึกษาตอนปลายม.4-ม.5 นับถึงภาคการศึกษาปลายของชั้น ม.5- กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์- กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์- กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
◊ เทคโนโลยีอุตสาหกรรมสัญจร ประเภท ข. (ไม่ตัดสิทธิแอดมิชชั่น)คุณสมบัติผู้สมัคร1. กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 62. ต้องได้ค่าระดับเฉลี่ยในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่อไปนี้รวมกัน ไม่น้อยกว่า 2.50 ของมัธยมศึกษาตอนปลายม.4-ม.5 นับถึงภาคการศึกษาปลายของชั้น ม.5- กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์- กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์- กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ◊ โครงการรับนักศึกษาจากโรงเรียนสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์(ตัดสิทธิแอดมิชชั่น เมื่อขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร)คุณสมบัติผู้สมัคร(รายละเอียดที่แสดงเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น รายละเอียดคุณสมบัติทั้งหมดอ่านได้จาก ที่นี่ )1. กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย และมหิดลวิทยานุสรณ์2. ต้องได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสม 3.50 ขึ้นไป (เกรดเฉลี่ยสะสมระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ม.4 - ม.5 นับถึงภาคการศึกษาปลายของชั้น ม.5)◊ โครงการรับนักศึกษาเพิ่มพิเศษ สาขาวิชาปิโตรเคมีและวัสดุพอลิเมอร์ (ไม่ตัดสิทธิแอดมิชชั่น)คุณสมบัติผู้สมัคร1. กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 62. ต้องสอบได้ในลำดับที่ 1-35 ของสายวิทยาศาสตร์ เมื่อเรียงตามค่าระดับเฉลี่ยสะสม ม.4 – ม.5รวม 4 ภาคการศึกษา ของโรงเรียน3. ต้องได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสม ม.4 – ม.5 รวม 4 ภาคการศึกษาในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่อไปนี้รวมกันไม่น้อยกว่า 3.00- กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์- กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์- กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (เฉพาะภาษาอังกฤษ)
น้อง ๆ ที่สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงเดือนสิงหาคม 2551 (ในบางโครงการ) รายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมข้อมูลทุนการศึกษาดูได้ที่ http://www.eng.su.ac.th/WEB/index.html

ส.เทคโนฯ ไทย-ญี่ปุ่น รับโควตา 53

สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น เปิดรับโควตา ประจำปีการศึกษา 2553
ลำดับที่
คณะ/หลักสูตร/สาขา
1
คณะวิศวกรรมศาสตร์
หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมยานยนต์
หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมการผลิต
หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
2
คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ
3
คณะบริหารธุรกิจ
หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการอุตสาหกรรม
หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจญี่ปุ่น

ด้วยสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่นมีความประสงค์จะรับสมัครนักเรียน/นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เพื่อคัดเลือกเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี 4 ปี ประเภทโควตา ในหลักสูตรต่อไปนี้
เกณฑ์ในการกำหนดโควตาเบื้องต้น มีดังนี้
1. นักเรียนจากโรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐหรือเอกชนที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะทั่วประเทศ
2. โรงเรียนสามารถส่งรายชื่อนักเรียนรวมทุกหลักสูตรไม่เกิน 20 คนต่อโรงเรียน และนักเรียนต้องเลือกหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งในแต่ละคณะเท่านั้น
3. เนื่องจากมีโควตาจำนวนจำกัด สถาบันฯ ขอสงวนสิทธิ์การให้โควตาตามอันดับการส่งใบสมัคร ซึ่งดูจากวันสมัครหรือวันประทับตราไปรษณีย์ต้นทางเป็นสำคัญ
4. ผลการจัดสรรโควตาที่ผ่านคณะกรรมการจัดสรรโอกาสทางการศึกษาถือว่าเป็นที่สิ้นสุด
หมายเหตุ: กรุณาดูรายละเอียดของเกณฑ์ เอกสารประกอบการสมัคร ฯลฯ จากประกาศของสถาบันฯ ทาง www.tni.ac.th
วิธีการสมัคร
นักเรียนที่มีคุณสมบัติตามที่สถาบันฯ กำหนด ขอรับใบสมัครและสมัครผ่านโรงเรียนที่กำลังศึกษาอยู่เท่านั้น
ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน – วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2552
2. กรอกข้อมูลในใบสมัครให้สมบูรณ์
3. นักเรียนที่ทางโรงเรียนได้ส่งรายชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ ในระบบโควตาโรงเรียน ต้องชำระเงิน
ค่าธรรมเนียมการสมัครจำนวน 200 บาท (ค่าธรรมเนียมการสมัครสถาบันฯจะไม่คืนให้ไม่ว่ากรณีใดๆ) โดยการ
โอนเงินผ่านทางธนาคาร
4. โรงเรียนรวบรวมใบสมัครของนักเรียนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ พร้อมสรุปรายชื่อผู้สมัครลงในใบสรุปรายชื่อ
ผู้สมัครเสนอผู้อำนวยการ/ผู้บริหารสถานศึกษา ลงนามและประทับตราโรงเรียนเป็นสำคัญ และจัดส่งพร้อม
เอกสารประกอบการรับสมัครมาทางไปรษณีย์ที่ งานรับสมัครนักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น
การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสัมภาษณ์ และการเข้ารับการสัมภาษณ์
สถาบันฯ จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสัมภาษณ์ โดยแจ้งผลผ่านทาง www.tni.ac.th ในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2552 หลังจากนั้น ให้นักเรียนที่มีสิทธิ์เข้ารับการสัมภาษณ์ มารายงานตัวเข้ารับการสัมภาษณ์ที่สถาบันฯ ในพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2552 มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์

ม. เกษตรรับตรง

ม.เกษตรรับตรง สีข้อความ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์คลอดเกณฑ์การคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ปีการศึกษา 2553 แล้วโดยใช้ผลสอบวัดความรู้ GAT/PAT ครั้งที่ 3 เท่านั้น !!
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีโครงการโควตาพิเศษ และโครงการรับผู้มีความสามารถทางวิชาการเข้าศึกษาต่อในระบบรับตรง[สว.มก.] จะใช้ผลคะแนนทดสอบความถนัดทั่วไป GAT และ PAT ที่สอบในเดือนตุลาคม 2552
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดสอบคัดเลือกหรือรับเข้าโดยตรงตามโครงการต่างๆ ดังนี้
- สอบคัดเลือกเข้าศีกษาตามโครงการส่งเสริมโอกาสศึกษาต่อใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สำหรับนักเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนมัธยมศึกษาในท้องถิ่น[โควต้าพิเศษ]โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำหนดให้นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่6สังกัดโรงเรียนที่ตั้งอยู่ ในจังหวัด นครสวรรค์ พิจิตร ชัยภูมิ เพขรบูรณ์ และในเขตการศึกษาต่าง ๆ คือ
เขตการศึกษา1 ได้แก่จังหวัด นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร เขตการศึกษา5 ได้แก่จังหวัด กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพขรบุรี สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี เขตการศึกษา6 ได้แก่จังหวัด ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง อุทัยธานี เขตการศึกษา12 ได้แก่จังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
โดยจะประกาศรับสมัครในช่วงเดือนพฤศจิกายนหรือตามที่มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์กำหนด ซึ่งจะแจ้งให้โรงเรียนที่อยู่ในโครงการทราบ โดยตรง
-สอบคัดเลือกเข้าศึกษาตามโครงการผู้ที่มีความสามารถทาง กีฬาดีเด่น ประกาศรับสมัครในช่วงเดือน พฤศจิกายน - ธันวาคม -สอบคัดเลือกตามโครงการวิศวกรรมศาสตร์ภาคพิเศษและ อุตสาหกรรมเกษตรภาคพิเศษ ประกาศรับในช่วงเดือน มีนาคม และวิทยาลัยชุมชนศรีราชา ประกาศรับช่วงเดือนเมษายน -รับจากผู้จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเข้าศึกษาในโครงการพัฒนา และส่งเสริมผู้มีความสามารพิเศษทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (พสวท.) และโครงการเร่งรัดผลิตครูทางคณิตศาสตร์ -รับจากผู้จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเข้าศึกษาในโครงการของ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (สสวท.) เข้าศึกษาต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ และจากผู้มีความสามารถทาง การวิจัยดีเด่น เข้าศึกษาต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ -รับจากข้าราชการตามข้อตกลงระหว่างมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์กับกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องซึ่งหน่วยงาน ต้นสังกัดระดับกรม เป็นผู้เสนอชื่อขอเข้าศึกษา -รับจากผู้จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจาก4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามโครงการจัดส่งนักศึกษาชาวไทยผู้นับถือศาสนาอิสลามเข้า เรียนต่อ ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของกระทรวงมหาดไทย -รับจากผู้จบมัธยมศึกษาตอนปลายจากต่างจังหวัด เข้าศึกษา ในคณะวนศาสตร์ ซึ่งคณะวนศาสตร์จะแจ้งให้โรงเรียนทราบโดยตรง
คุณสมบัติผู้สมัคร 1.ผู้สมัครคัดเลือกเข้าศึกษาคณะเกษตร คณะประมง คณะวนศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาการสอนวิทยาศาสตร์(หลักสูตร 5 ปี) คณะอุตสาหกรรมเกษตร คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ และคณะสังคมศาสตร์ สาขาวิชาจิตวิทยา สาขาวิชาภูมิศาสตร์ ต้องเป็นนักเรียนแผนวิทย์-คณิต
2.ผู้สมัครคัดเลือกเข้าศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์จะต้องเป็นนักเรียนแผนวิทย์-คณิต หรือศิลป์-คำนวณ
3.ผู้สมัครคัดเลือกเข้าศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาเยอรมัน ต้องเป็นนักเรียนสายศิลป์-ภาษา(ภาษาเยอรมัน)หรือสายศิลป์-ภาษาอื่น ที่เข้าร่วมโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมันเป็นเวลาไม่ น้อยกว่า1 ปี
ปฏิทินการรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี ประเภทรับตรงทั่วประเทศ
มหาวิทยาลัยบูรพา ประจำปีการศึกษา 2553


รายการ
สถานที่ / ผู้รับผิดชอบ
วัน / เดือน / ปี (ครั้งที่ 1)
วัน / เดือน / ปี (ครั้งที่ 2)
เวลา
รับระเบียบการ
ดาวน์โหลดจาก website
http://service.buu.ac.th
27 ก.ค. – 13 ก.ย. 2552
16 พ.ย. - 16 ธ.ค. 2552
-
สมัครทาง Internet
website http://service.buu.ac.th
17 ส.ค. – 13 ก.ย. 2552
16 พ.ย. - 16 ธ.ค. 2552
-
การชำระเงิน
ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ
17 ส.ค. - 15 ก.ย. 2552
16 พ.ย. - 18 ธ.ค. 2552
08.30 – 16.30 น.
ตรวจสอบข้อมูลการสมัคร
และข้อมูลการชำระเงิน

website http://service.buu.ac.th
หลังจากชำระเงิน
3 วันทำการ
หลังจากชำระเงิน
3 วันทำการ
-

ประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสอบ
สัมภาษณ์และตรวจร่างกาย

- อาคาร ภปร. ชั้น 1 ม.บูรพา
- website http://www.buu.ac.th
- website http://service.buu.ac.th

2 ต.ค. 2552

8 ม.ค. 2553
16.00 น.
สอบ
สัมภาษณ์และตรวจร่างกาย

มหาวิทยาลัยบูรพา บางแสน ชลบุรี
17 –18 ต.ค. 2552
16 – 17 ม.ค. 2553
09.00 – 16.00 น.
ประกาศผลขั้นสุดท้าย
- อาคาร ภปร. ชั้น 1 ม.บูรพา
- website http://www.buu.ac.th
- website http://service.buu.ac.th
26 ต.ค. 2552
22 ม.ค. 2553
16.00 น.
รายงานตัวเข้าเป็นนิสิต
มหาวิทยาลัยบูรพา บางแสน ชลบุรี
31 ต.ค. 2552
30 ม.ค. 2553
09.00 – 16.00 น.

หมายเหตุ
1) ปฏิทินการสอบคัดเลือกอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
2) ผู้มารายงานตัวขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตของมหาวิทยาลัยบูรพา ในการคัดเลือกครั้งที่ 1 แล้ว จะไม่มีสิทธิ์ในการสมัครครั้งที่ 2

ที่มา : www.buu.ac.th