วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552
ผุดแนวคิดนำขรก.เกษียณบวชไม่สึก
หวังแก้ปัญหาวัดร้าง ผู้ที่เข้าอุปสมบทตามโครงการจะได้รับการอบรมเรื่องการบริหารจัดการวัดเป็นพิเศษ หลังพบพระสงฆ์ไทยอ่อนบริหารจัดการนายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขานุการชมรมโพธิคยา กล่าววันนี้ (10 ก.ย. ) ถึงชมรมโพธิคยาว่า เกิดจากการรวมตัวกันของนักธุรกิจ ข้าราชการ นักการเมือง ที่เคยอุปสมบทตามโครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติเนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา เมื่อวันที่ 28 ต.ค.-6 พ.ย. 2550 ที่จัดโดยสถานเอกอัครราชฑูตไทย ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย ซึ่งในการอุปสมบทดังกล่าวทำให้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการเห็นถึงคุณค่าของการเดินทางไปศึกษาพระธรรมคำสอน ณ ดินแดนพุทธภูมิ ซึ่งจะทำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในพระธรรมคำสอน และการน้อมนำมาปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ ทางชมรมจึงดำเนินการโครงการส่งเสริมพระสงฆ์ไทยไปศึกษาปฏิบัติธรรมที่สาธารณรัฐอินเดีย โดยได้ระดมทุนจากสมาชิกทั้งหมดมาดำเนินงานตามโครงการเป็นจำนวนเงิน 3 ล้านบาท เริ่มนำร่องที่จ.นครราชสีมา ส่วนเกณฑ์ในการคัดเลือกพระสงฆ์นั้น นายสุภชัย กล่าวว่า ได้ผ่านการหารือจากพระผู้ใหญ่หลายรูป มีเกณฑ์หลักๆ คือ ต้องเป็นพระสงฆ์ที่มีอายุพรรษา 10 พรรษา ขึ้นไป ส่วนหลักสูตรในการอบรมนั้น พระราชรัตนรังษี เจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย จะเป็นผู้คิดหลักสูตรการอบรม ซึ่งขณะนี้มีพระสงฆ์ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าอบรมตามโครงกานี้แล้ว 31 รูป และขณะนี้ได้เดินทางไปอบรม และจำพรรษาที่สาธารณรัฐอินเดียแล้วตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. – 10 พ.ย.นี้ เลขานุการชมรมโพธิคยา กล่าวต่อว่า พระที่ผ่านการอบรมกลับมาต้องมีการทำวิจัยเชิงลึก และทางชมรมจะมีทุนให้เพื่อดำเนินงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ส่วนในการดำเนินงานโครงการปี 2553 จะมีการขยายโครงการไปยังจังหวัดต่างๆ อีกทั้งจะมีโครงการที่จะให้ข้าราชการที่กำลังจะเกษียณอายุราชการที่สนใจพระพุทธศาสนา มาเข้าร่วมโครงการ โดยจะให้อุปสมบทแบบไม่สึก และจะทำพิธีอุปสมบทที่อินเดีย พร้อมทั้งเข้ารับการอบรมตามโครงการ เมื่อผ่านการอบรมแล้วจะให้ไปอยู่ตามวัดที่มีพระสงฆ์อยู่น้อยเพื่อช่วยแก้ปัญหาวัดร้างที่กำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้น นอกจากนี้ผู้ที่เข้าอุปสมบทตามโครงการนี้จะได้รับการอบรมเรื่องการบริหารจัดการวัดเป็นพิเศษ เพราะต้องยอมรับว่าพระสงฆ์ไทยยังมีการบริหารจัดการไม่เก่ง
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น