คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ประจำปีการศึกษา 2552 รับตรงโดยวิธีพิเศษของ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ และผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครได้ที่ http://home.kku.ac.th/admismd/
1. โดยการรับตรงด้วยวิธีพิเศษ
รหัส
โครงการ
พื้นที่การรับ
จำนวนรับ
MD X
ผู้มีความสามารถพิเศษทางวิชาการ และภาษาอังกฤษ
ทั่วประเทศ
55 คน
MD 02
ผลิตแพทย์เพิ่มร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
19 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
46 คน
MD 10
รับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี
ทั่วประเทศ
4 คน
2. คุณสมบัติของผู้สมัครเข้าศึกษา สำหรับนักเรียนที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่จะสมัครเข้าศึกษาในโครงการ MD X และ MD 02 ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
2.1 คุณสมบัติทั่วไป ของนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น2.1.1 เป็นผู้ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข2.1.2 เป็นบุคคลที่อยู่ในประเทศไทยโดยถูกต้องตามกฎหมาย2.1.3 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย และโรงเรียนเห็นว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเข้าศึกษาใน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้2.1.4 เป็นผู้มีสุขภาพร่างกายและจิตใจสมบูรณ์คือ ไม่เป็นผู้ทุพพลภาพไร้ความสามารถและจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ และต้องมีบุคลิกภาพที่คณะกรรมการรับบุคคลเข้าศึกษาพิจารณาเห็นว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพ2.1.5 เป็นผู้ที่ปราศจากโรคดังต่อไปนี้2.1.5.1 โรคเรื้อน2.1.5.2 วัณโรคปอดที่คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพ2.1.5.3 โรคพิษสุราเรื้อรัง2.1.5.4 ติดยาเสพติดให้โทษ2.1.5.5 โรคหัวใจที่คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าจะเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ง่าย2.1.5.7 โรคเรื้อรัง เช่น เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ โรคไตที่รักษาหายขาดไม่ได้ และความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ 2.1.5.8 โรคอื่น ๆ หรือความผิดปกติที่คณะกรรมการแพทย์เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพ2.1.6 กรณีผู้สมัครขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งจากข้อ 2.1.1 ถึงข้อ 2.1.5 คณะกรรมการอำนวยการจะไม่พิจารณาผลการคัดเลือกฯ เพื่อเข้าศึกษาใน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รับตรงโดยวิธีพิเศษ ของคณะแพทยศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 25522.2 คุณสมบัติทั่วไปของผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่จะสมัครเข้าศึกษาในโครงการ MD 10 ต้องมีคุณสมบัติดังนี้2.2.1 มีสัญชาติไทย2.2.2 มีสุขภาพดี ไม่เป็นโรค อาการของโรค หรือพิการตามประกาศ สำนักงานคณะ กรรมการการอุดมศึกษา2.2.3 เป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขหรือบุคคลทั่วไป2.2.4 อายุไม่เกิน 30 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันที่ 1 มิถุนายน ของปีที่เริ่มการศึกษา2.2.5 ในกรณีที่ผู้สมัครเป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขต้องปฏิบัติงานในหน่วยงานที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุขไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันที่ 1 มิถุนายน ของปีที่เริ่มการศึกษา2.2.6 สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าในสาขาวิชา ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด รังสีเทคนิคสหเวชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ และสาธารณสุขศาสตร์ โดยต้องศึกษาวิชาในกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต กลุ่มวิชาภาษา มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 15 หน่วยกิต และต้องศึกษาวิชาชีวเคมีไม่น้อยกว่า 3 หน่วยกิต และทุกรายวิชาต้องได้เกรดไม่ต่ำกว่า C2.2.7 มีผลการศึกษาในระดับปริญญาตรีด้วยคะแนนเฉลี่ยสะสม (GPAX.) ไม่ต่ำกว่า 2.502.2.8 ในกรณีที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ก่อนขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา จะต้องทำสัญญาเพื่อลาไปศึกษาต่อกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่ปฏิบัติงานก่อนเข้ารับการศึกษา2.2.9 ในกรณีที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขจะต้องได้รับการ รับรองจากผู้บังคับบัญชาว่ามีประวัติความประพฤติ และบุคลิกภาพดี และมีความตั้งใจที่จะเป็นแพทย์ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชน และเพื่อชุมชน2.2.10 ก่อนขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาจะต้องทำสัญญาเป็นนักศึกษาโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบทเพื่อเข้ารับราชการหรือการทำงานเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วตามระเบียบ และเงื่อนไขของกระทรวงสาธารณสุข2.2.11 ผู้สมัครที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หากสอบผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่คณะแพทยศาสตร์กำหนดจะได้รับการพิจารณาคัดเลือกก่อน
2.3 คุณสมบัติเฉพาะ ในโครงการ MD X ,MD 02 และ MD 10
ผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ปีการศึกษา 2552 รับตรงโดยวิธีพิเศษ ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง และปราศจากโรค หรืออาการของโรค หรือความพิการอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังต่อไปนี้2.3.1 มีความพิการทางร่างกายอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพแพทย์2.3.2 มีปัญหาทางบุคลิกภาพ และทางจิตเวชที่อาจมีผลกระทบ หรือเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และ/หรือการประกอบวิชาชีพแพทย์ และ/หรือ เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย เช่น โรคประสาท อารมณ์แปรปรวน โรคจิตทุกชนิด บุคลิกภาพผิดปกติ มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม เป็นต้น2.3.3 โรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร2.3.4 โรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม เช่น- โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ (โรคลมชักที่ไม่มีอาการชักมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี โดยมีการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นโรคลมชักที่ควบคุมได้)- โรคหัวใจระดับรุนแรงจนอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม- โรคความดันโลหิตสูงขั้นรุนแรง และมีภาวะแทรกซ้อนจนทำให้เกิดพยาธิสภาพต่ออวัยวะอย่างถาวร- ภาวะไตวายเรื้อรัง- โรคติดสารเสพติดให้โทษ- โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง- โรคอ้วนขั้นรุนแรง (Morbid Obesity) (มีดัชนีมวลกายมากกว่า 40 หรือดัชนีมวลกายมากกว่า 35 ร่วมกับมีโรคที่สัมพันธ์กับภาวะน้ำหนักเกิน)2.3.5 ตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง ทำให้มีผลต่อความแม่นยำในการวินิจฉัยโรค และการตัดสินใจให้การรักษาผู้ป่วย2.3.6 ความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้- สายตาบอดสนิทไม่สามารถรับแสงได้ข้างหนึ่ง- สายตาไม่ปกติเมื่อรักษาโดยใช้แว่นแล้วยังมีสายตาต่ำกว่า 6/24 ทั้งสองข้าง- สายตาข้างดีต่ำกว่า 6/12 เมื่อได้รับการแก้ไขอย่างดีที่สุดแล้ว- ไม่สามารถมองเห็นภาพเป็นสามมิติ2.3.7 หูหนวกหรือหูตึง (threshold ของการได้ยินสูงกว่า 40 dB) จากความผิดปกติทางประสาท (sensorineural hearing loss) แม้แต่ข้างเดียว2.3.8 โรคหรือความพิการอื่นๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้แต่คณะกรรมการแพทย์ผู้ตรวจร่างกายเห็นว่า อาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ทั้งนี้คณบดีคณะแพทยศาสตร์อาจแต่งตั้งแพทย์ /คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจเพิ่มเติมและเสนอความเห็นเป็นกรณีๆ ไป2.3.9 ผู้เข้าศึกษาที่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือจงใจปกปิดข้อมูล ถ้าปรากฏเป็นความเท็จขึ้นในภายหลังจะต้องถูกตัดสิทธิ์การศึกษา2.3.10 คุณสมบัติอื่นๆ อันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา หรือการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในอนาคต ให้อยู่ในดุลยพินิจคณะกรรมการอำนวยการรับบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น การตัดสินของคณะกรรมการอำนวยการฯ ถือเป็นอันสิ้นสุด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น