วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552

อียูบังคับทุกสายการบินต้องจ่ายค่าโลกร้อน

หากบินผ่านน่านฟ้ายุโรป เริ่มในปี 2554 ถือเป็นเรื่องที่เข้าข่ายการกีดกันทางการค้า ก.ทรัพย์ นัดถก ก.คมนาคมต่อรองวันนี้ (10 ก.ย.) นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า จากกรณีที่กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป(อียู) เตรียมใช้มาตรการเก็บค่าธรรมเนียมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กับทุกสายการบินที่บินผ่านน่านฟ้าของสหภาพยุโรป ที่จะเริ่มในปี 2554 นั้น ถือเป็นเรื่องที่เข้าข่ายการกีดกันทางการค้า ที่เป็นผลมาจากพิธีสารเกียวโต ของอนุสัญญาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างชัดเจน ดังนั้น ทส.ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ จึงเตรียมเชิญกระทรวงคมนาคม การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย การบินไทย และสายการบินเอกชน เข้าหารือถึงหามาตรการรองรับและหาทางออกในเรื่องนี้ รวมทั้งมีความเป็นไปได้ ที่จะหารือกับกลุ่มประเทศอาเซียนทั้งหมดด้วย เพื่อกำหนดท่าทีร่วมกันให้ชัดเจน เนื่องจากทุกประเทศก็มีล้วนแต่มีสายการบินเป็นของตัวเอง และจะต้องได้รับผลกระทบจากเงื่อนไขที่อียูกำหนดขึ้นเช่นกันปลัด ทส. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียน ยังได้ออกร่างปฏิญญาอาเซียนด้านโลกร้อนขึ้น โดยมีมาตรการสำคัญที่เป็นนโยบายของกลุ่มประเทศภูมิภาคอาเซียน คือการยึดกรอบเจรจาภายใต้พิธีสารเกียวโตฉบับเดิม เพราะเชื่อว่าการแนวโน้มการเจรจาเรื่องโลกร้อนภายใต้เงื่อนไขใหม่จะถูกใช้มาเป็นตัวกีดกันทางการค้า และส่งผลให้ประเทศกำลังพัฒนานอกภาคผนวกที่ 1 ( Annex I ) รวมทั้งไทยได้รับผลกระทบโดยตรง รวมทั้งมีการตั้งคณะทำงานด้านมลพิษจากการเปลี่ยนแปลงของภาวะโลกร้อน เพื่อติดตามปัญหาในระดับภูมิภาคนี้ด้วย“ กรณีที่อียูกำหนดให้สายการบินต้องจ่ายค่าโลกร้อน ถือเป็นตัวอย่างที่เงื่อนไขโลกร้อนถูกหยิบมาพ่วงเรื่องของการกีดกันทางการค้ากับประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งของไทยยัง มีอีกหลายกรณีที่เริ่มถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นแล้ว เช่น การทำเกษตรกรรม การตัดไม้ และแนวโน้มสินค้าส่งออกอีกหลายชนิด โดยขณะนี้ผู้ประ กอบการก็เริ่มขยับตัวที่จะตั้งรับกับมาตรการนี้ด้วยการติดฉลากคาร์บอนเพื่อแสดง ว่าลดก๊าซเรือนกระจกได้มากน้อยแค่ไหนด้วย ดังนั้น ไทยต้องจับมือกับกลุ่มอาเซียน เพื่อกำหนดท่าทีการเจรจาต่อรองให้ชัดเจน ก่อนการประชุมโลกร้อน Cop-15 ที่กรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์กในช่วงปลายปีนี้ ” นายศักดิ์สิทธิ์ กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น